บทเรียนเล็ก ๆ จากลิฟต์สามย่าน: มารยาทที่ถูกลืมในสังคมเมือง

เมื่อความเร่งรีบในชีวิตประจำวันพาให้เราหลงลืมสิ่งสำคัญที่ทำให้สังคมน่าอยู่

ผมไม่ได้เขียนบล็อกโพสต์มาเป็นเวลานาน แต่วันนี้อยากจะขอเข้ามาเขียนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อวาน เป็นประสบการณ์ที่แม้จะสร้างความขุ่นเคืองใจในตอนแรก แต่ตอนนี้อารมณ์ก็จางหายไปแล้ว ทว่าก็ยังอยากบันทึกเก็บไว้เป็นความทรงจำหนึ่งในชีวิต 

เย็นวาน หลังเลิกงานตามปกติ ผมแวะไปหาอะไรกินที่สามย่านมิตรทาวน์ ทุกอย่างราบรื่นดีจนกระทั่งอิ่มเสร็จ กำลังจะลงไปใช้บริการ MRT ที่ชั้นใต้ดิน โดยปกติผมจะเลือกใช้บันไดเลื่อน แต่วันนั้นของค่อนข้างหนัก จึงตัดสินใจใช้ลิฟต์แทน

ขณะเดินไปถึงหน้าลิฟต์ เจอพี่ผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว พอผมไปรอด้วยก็รวมเป็นสองคน ชั่วพริบตานั้นเอง เด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งประมาณสี่คนเดินเข้ามา จากการสังเกต คาดว่าเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยแถวนั้น แม้จะไม่ได้สวมเครื่องแบบที่บ่งบอกใด ๆ ก็ตาม ต้องขอออกตัวว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของผมเอง

เด็กกลุ่มนั้นเดินแทรกเข้ามาตรงช่องว่างที่ผมกับพี่ผู้ชายเว้นไว้ให้ผู้โดยสารในลิฟต์เดินออก โดยมิได้เหลียวมองหรือคำนึงถึงคนที่ยืนรออยู่ก่อนเลย หากเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้มีปัญหาทางสายตา ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาต้องเห็นเราสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

แรกเริ่มผมยังไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก คิดว่าเป็นแค่การรอคิวธรรมดา แต่ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด เด็กกลุ่มนั้นก็รีบกรูเข้าไปก่อนทันที จนเมื่อรวมกับผู้โดยสารเดิมที่อยู่ในลิฟต์แล้ว กลับกลายเป็นว่าไม่มีที่เหลือให้ผมกับพี่ผู้ชายที่รออยู่ก่อนเลย

ผมอดรู้สึกขุ่นเคืองใจไม่ได้กับพฤติกรรมที่ขาดความมีน้ำใจและมารยาทของเด็กกลุ่มนั้น การต่อคิว ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของการรอลิฟต์เท่านั้น ควรจะเป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเด็ก และกลุ่มเด็กเหล่านี้ก็ดูจะเป็นคนมีการศึกษาอย่างดี น่าเสียดายที่ไม่ได้แสดงออกซึ่งวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยอย่างที่ควร

เมื่อเจอกับเหตุการณ์นี้ ความขุ่นข้องหมองใจก็ดำเนินต่อไปอีก ระหว่างที่กำลังเดินผ่านทางเชื่อมใต้ดินไปยัง MRT หากใครเคยไปที่นั่นคงทราบดีว่ามันมีบางช่วงที่ทางจะแคบกว่าปกติ เพราะที่ถูกนำไปใช้ทำลิฟต์โดยสาร แต่ก็ยังเห็นเด็กผู้ชายอีกกลุ่มเดินเรียงหน้ากระดานบล็อกทางเดินโดยไม่สนสี่สนแปด ทำให้คนที่รีบและต้องการเดินแซงทำได้ยาก

มารยาททางสังคมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ควรเป็นสิ่งที่ถูกคำนึงถึงอยู่เสมอในขณะที่พวกเราอยู่ในที่สาธารณะ เพื่อให้สังคมน่าอยู่ ผมเคยคิดเสมอว่าการศึกษาจะทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น แต่กลับเหมือนว่าจะถูกละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กรุ่นใหม่ ๆ ที่จะเติบโตมาเป็นกำลังหลักในสังคมในอนาคต

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมได้ทบทวนถึงคุณค่าของ “มารยาท” ที่อาจดูเล็กน้อยแต่มีพลังในการเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีและความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข บางครั้งแค่การสละพื้นที่ การต่อคิว หรือคำขอโทษง่าย ๆ ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันที่น่าจดจำสำหรับใครสักคน หากเราทุกคนหันมามองเห็นผู้อื่นและนำมารยาทกลับคืนสู่ชีวิตประจำวัน สังคมไทยก็คงจะน่าอยู่และอบอุ่นมากยิ่งขึ้น


Comments

Popular posts from this blog

วิธีการแก้ไขปัญหาซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

รหัสบัตรเครดิต ภัยอินเทอร์เน็ต

เพื่อนสนิท ไม่ว่าจะไม่เจอกันนานแค่ไหน เมื่อกลับมาเจอกันใหม่ก็ยังรู้สึกสนิทกันเหมือนเดิมจริงหรือ?