Your Description Blog

sub description.....

เอกสิทธิ์

วันนี้ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่นั้น ก็ได้เปิดทีวีเพื่อดูข่าวไปด้วย ขณะนั้นเป็นข่าวการเมือง นักข่าวได้สัมภาษณ์ท่านนายกอภิสิทธิ์เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อการลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายกได้ตอบนักข่าวไปว่า

เป็นเอกสิทธิ์ของท่าน

ถ้าคนที่ฟังแบบผ่านๆ ก็คงจะไม่คิดอะไรกับคำพูดที่ได้ยินนี้ แต่ถ้าลองมาคิดดูให้ดี ทำไมต้องใช้คำว่าเอกสิทธิ์ ถ้าจะให้ตีความก็คงจะหมายความว่านายสุเทพ มีสิทธิ์ในการลาออกแต่เพียงผู้เดียว !? ซึ่งผิดความหมายอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะคำว่าเอกสิทธิ์ มีความหมายว่า สิทธิพิเศษ หรือ สิทธิ์เฉพาะบุคคล

ท่านนายกควรพูดแค่ว่า “เป็นสิทธิ์ของท่าน” ไม่ควรใช้คำว่า “เป็นเอกสิทธิ์” เพราะมันผิดความหมายจากที่ท่านต้องการจะสื่อ

FoxTab : Firefox add-on

ช่วงนี้เป็นโรคจิตอะไรไม่รู้ ลง web browser ไว้ในเครื่องถึง 5 ตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วย

  1. Internet Explorer 8
  2. Firefox 3
  3. Safari 4
  4. Google Chrome
  5. Opera

ie81znq.png MaybeThisIsTheBiggestLogoOfFirefoxInThisWorld.original4500.png safari.png chrome01.png opera.png

Apple Safari อ้างตัวว่าเป็น web browser ที่ประมวลผล และ render หน้าเว็บได้รวดเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หน่วยในการเปรียบเทียบความเร็วก็อยู่ในระดับ millisecond ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ต่างอะไรกันมากนัก ความเร็วในการเปิดเว็บไซต์จึงตกไปอยู่กับความเร็วของอินเทอร์เน็ตเสียมากกว่า ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ web browser ดูน่าหลงใหลจึงไม่ใช่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว ลูกเล่นอื่นๆ จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่พิจารณาถึง

Firefox เป็น web browser ที่มี add-on ให้ผู้ใช้ได้เลือกเป็นพันๆ สามารถปรับแต่งไม่ว่าจะเป็นหน้าตาของโปรแกรม, ตัวจัดการดาวน์โหลด, การเข้าถึง social network, การใช้งานทั่วไป และอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้จึงขอมาแนะนำ add-on ของ Firefox สักหนึ่งตัว คือ FoxTab

image

FoxTab is a 3D tabbed browsing extension. With 5 attractive layouts to choose from, flipping between opened tabs becomes easy and enjoyable than ever. Use the grouping and filtering features, and start experiencing tabbed-browsing in a whole new way.

ด้วย add-on ตัวนี้ ทำให้การกด Ctrl + Tab เพื่อการเปลี่ยน tab ใน Firefox ที่ดูจะเป็นเรื่องแสนจะธรรมดา ให้ดูน่าตื่นเต้นขึ้นมาทันที โดยสามารถเลือกโหมดในการแสดง tab ได้ 5 โหมด หมุนเป็นวง, เลื่อนด้านข้าง, หน้ากระดาน, หน้าการดานโค้งๆ และสุดท้าย flip แบบ Vista

image 

image

image

image

image

image

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันในการจำแนกหน้าเว็บเพจที่เราเปิดอยู่ออกเป็นกลุ่มๆ ตาม domainname

image

ทั้งสวยงาม และเพิ่มความสะดวกในการใช้อย่างอย่างนี้ เพื่อนๆ คงไม่พลาดที่จะ install  add-on ตัวนี้ไว้ประดับ Firefox เพิ่มอีกตัวอย่างแน่นอนใช่มั้ยล่ะครับ

No-IP

โดยปกติแล้วเราจะเข้าสู่เว็บไซต์ด้วยการจดจำ Domain name อย่างเช่น www.sanook.com ซึ่ง domain name นี้จะถูกเปลี่ยนเป็น IP Address ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบ xxx.xxx.xxx.xxx อย่างเช่น 203.107.164.211 (อันนี้เป็น IP Address v4 ตอนนี้เริ่มมี v6 ออกมาแล้ว Windows Vista ก็รอบรับ v6 แต่อย่าถามว่า v5 หายไปไหน ไม่รู้เหมือนกัน)

Domain name ต่างๆ จะชี้ไปยัง IP Address ซึ่งเว็บไซต์ต่างๆ ก็จะมี IP Address เป็นของตัวเอง จากนั้นก็ไปจดทะเบียนเพื่อขอ Domain name แล้วให้ชี้ไปยัง IP Address นั้น

คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต จะต้องมี IP Address เพื่อระบุตัวตน และ IP Address จะมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่ต่างกันระหว่าง Server ที่ให้บริการเว็บไซต์ กับคอมพิวเตอร์ตามบ้านทั่วไป

แต่ในตอนนี้มีผู้ให้บริการจัดการ Domain name ให้ตรงกับ IP Address ของคอมพิวเตอร์ตามบ้านให้ตรงกัน หลักการของมันก็คือ มันจะคอยตรวจสอบ IP Address ของคอมพิวเตอร์ของเรา แล้วไปตั้งค่าให้กับ Domain name ที่เราได้จดทะเบียนไว้ เมื่อมีคนเข้า Domain name ของเรา ผู้ให้บริการก็จะ redirect มายัง IP Address ของคอมพิวเตอร์เรา นั่นก็หมายความว่า คอมพิวเตอร์ตามบ้านทั่วๆ ไปก็ทำหน้าที่เหมือน Server ที่ให้บริการเว็บไซต์ได้แล้ว

วันนี้มาแนะนำของฟรีกันนะ เรื่องเสียเงินเสียทองเราไม่พูดถึง

อันดับแรกเริ่มต้นด้วยการสมัครสมาชิกกับ http://www.no-ip.com/ เสียก่อน

clip_image002

จากนั้นก็ Add Host ในช่อง Hostname ตรงนี้จะให้เรากรอกชื่อ subdomain จากนั้นก็เลือกชื่อ domain ที่เราต้องการ

clip_image004

เมื่อสมัครเสร็จแล้วก็มาทำให้เครื่องเราเป็น Server ด้วยการลงโปรแกรม Server อย่างเช่น IIS, Apache, Tomcat ตามแต่ความต้องการ ถ้าจะทำเว็บไซต์ด้วย PHP ก็ใช้ Apache ถ้าจะเขียนโปรแกรมด้วย ASP หรือ ASP.NET ก็ใช้ IIS ส่วน Tomcat ก็เหมาะกับ JSP ตามแต่สมควร

และอย่างที่บอกไปข้างต้นว่า IP Address ของคอมพิวเตอร์เราจะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ต่ออินเทอร์เน็ต ดังนั้นหาเราไม่อยากเข้าไปแก้ IP Address ในเว็บไซต์ http://www.no-ip.com บ่อยๆ เขาก็มีโปรแกรม Client มาให้ติดตั้งกับคอมพิวเตอร์เรา เพื่อที่จะดำเนินการในส่วนนี้ให้เรา ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายระบบปฏิบัติการเลยทีเดียว

clip_image006

จากนั้นก็ทำการ Add Host ที่เราสมัครไปตั้งแต่ตอนต้น และนี่คือหน้าตา Client บน Windows ในส่วน Client ของ Linux จะมีการทำงานแบบ Text base ซึ่งจะไม่มีหน้าต่าง GUI ขึ้นมาให้เราเห็น

clip_image008

ทีนี้ลองเข้าไปที่ host ที่เรา add ไว้ดูว่าเข้าได้หรือไม่ หากไม่สามารถเข้าได้ ถ้าการต่ออินเทอร์เน็ตต้องผ่าน router ลองตรวจสอบดูว่ามีการทำ port forwarding port ที่ 80 หรือไม่ หาก port forward แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเชื่อมต่อได้อีก อาจเป็นเพราะ firewall ที่ทำงานดีเกินไป ให้ไป add exception port นั้นซะ

clip_image010

เพียงแค่นี้ก็น่าจะเรียบร้อย เสร็จสิ้น สมบูรณ์

Illusion

วันนี้มีภาพภาพหนึ่งจะนำเสนอ ถ้าจะเรียกว่าภาพลวงตา (Illusion) ก็คงไม่ผิด

illusion

เขาว่าสีช่อง A กับสีในช่อง B คือสีเดียวกัน !

เมื่อดูด้วยสายตาก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะสายตาเรามันฟ้องว่าสีช่องทั้งสองมันไม่เหมือนกัน

แต่ความจริงมันก็คือความจริงอยู่วันยันค่ำ eyedropper ในโปรแกรมแต่งภาพยอดนิยมตัวหนึ่ง มันแสดงให้เห็นแล้วว่าสีช่องทั้ง A และ B คือสีเดียวกันด้วยรหัสสี #787878*

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายว่าเหตุการหลอกตาเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจได้ไม่ยาก

อย่าเชื่อจนกว่าจะได้ทดสอบด้วยตัวเอง !

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น

* หมายเหตุ รหัสสี RGB ประกอบด้วยเลขฐาน 16 (0 – F) จำนวน 3 ชุด แทนแม่สีแสงทั้งสาม แบ่งเป็นชุดละ 2 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ชุดแรกแสดงถึงสีแดง (R) ชุดทีสองหมายถึงสีเขียว (G) และชุดสุดท้ายหมายถึงสีน้ำเงิน (B)

วิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส!!

ใครจะไปคิด ว่าจะมีวิทยุขนาดเล็กเท่าไวรัส ลองอ่านข่าวต่อไปนี้ดู

image        นักฟิสิกส์สหรัฐฯ ทำวิทยุเล็กที่สุดในโลก ขนาดเท่าไวรัส จาก "ท่อคาร์บอนนาโน" แท่งเดียวรวมทุกคุณสมบัติที่วิทยุพึ่งมี ทั้งรับคลื่น AM ขยายสัญญาณแล้วเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียงก่อนส่งออกลำโพง และประเดิมบรรเลงเพลง "ไลลา" ของอิริค แคลปตัน
       อเล็กซ์ เซตเทิล (Alex Zettl) นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) สหรัฐฯ และ เคนเนธ เจนเซน (Kenneth Jensen) ลูกศิษย์ในที่ปรึกษาระดับปริญญาตรี ได้ร่วมกับประดิษฐ์วิทยุนาโนจากท่อคาร์บอนนาโน ซึ่งสามารถรับคลื่นเอเอ็ม (AM) และถ่ายทอดสัญญาณเพลง "ไลลา" (Layla) ของอีริค แคลปตัน (Eric Clapton) เป็นเพลงแรกตั้งแต่ปี 2550 โดยสามารถทดลองฟังได้ที่ www.sciam.com/nanoradio
       แต่ทีมวิจัยไม่เปิดเผยผลงานอยู่นาน จนกระทั่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารนาโนเลทเทอร์ส (Nano letters) ซึ่งเป็นวารสารวิชาการของสมาคมอเมริกันเคมิคัล (American Chemical Society)
       ไซแอนทิฟิกอเมริกันนำเรื่องนี้มามาขยายความ ในบทความฉบับเดือน มี.ค.52 นี้ว่า เซตเทิลและเจนเซนได้ใช้ท่อคาร์บอนนาโนเพียงท่อเดียว ทำหน้าที่รับสัญญาณถ่ายทอดเสียงวิทยุ แล้วขยายสัญญาณ จากนั้นเปลี่ยนเป็นสัญญาณเสียง ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปยังลำโพงในรูปเสียง ที่หูมนุษย์สามารถจำแนกได้
       ทีมพัฒนายังให้ความเห็นว่า วิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้ จะเป็นรากฐานในปฏิวัติการประยุกต์ในด้านต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ช่วยฟัง โทรศัพท์มือถือ และเครื่องเล่นไอพอด (iPod) อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพอที่จะใส่ในช่องหูได้ด้วย
       ทั้งนี้ วิทยุเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการผลิตเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพแวดล้อม โดยพัฒนาเป็นอุปกรณ์เพื่อนำไปติดตั้งตามโรงงานต่างๆ แล้วส่งรายงานผลตรวจสภาพอากาศในรูปแบบคลื่นวิทยุไปยังจุดที่เลือกรับข้อมูล
       เป็นไปได้ว่า อนาคตใครก็ได้เพียงแค่เปิด "กูเกิล" (Google) แล้วเลือกดูข้อมูลสภาพอากาศของเมืองได้ตามเวลาจริง แต่ระหว่างพัฒนาเซนเซอร์ดังกล่าว เจนเซนได้พบว่าท่อคาร์บอนนาโนมีการสั่นที่ความถี่ต่างๆ ซึ่งเซตเทิลเองก็สังเกตเห็นว่าบางความถี่นั้นตรงกับความถี่วิทยุที่ใช้ใน เชิงพาณิชย์
       เซตเทิลทราบว่า วิทยุพื้นฐานนั้นมีหัวใจสำคัญอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ เสาอากาศที่รับสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์จูนคลื่นสำหรับเลือกความถี่ตามต้องการ เครื่องขยายสัญญาณสัญญาณซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ที่ปรับให้สัญญาณคมชัด และอุปกรณ์ในส่วนที่แยกสัญญาณจากคลื่นพาหะที่ส่งมา จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังลำโพงที่เปลี่ยนสัญญาณให้เป็นเสียงที่สามารถรับ ฟังได้
       ท่อคาร์บอนนาโนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิทยุจิ๋วนั้น มีคุณสมบัติเชิงเคมี เรขาคณิตและไฟฟ้าที่ผสมกันอย่างลงตัว ดังนั้นเมื่อว่างไว้ระหว่างขั้วไฟฟ้าก็สามารถให้คุณสมบัติสำคัญทั้ง 4 ของวิทยุได้ด้วยท่อคาร์บอนนาโนอย่างเดียว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นเสริม
       เวทเทิลกับเจนเซนได้เลือกใช้ท่อคาร์บอนนาโนที่มีผนังหลายชั้น (multiwalled tube) เนื่องจากง่ายต่อต่อการวางไว้บนขั้วไฟฟ้า แม้ภายหลังพวกเขาจะได้พัฒนาวิทยุจิ๋วอีกรุ่นที่เป็นคาร์บอนนาโนพนังเดียวก็ ตาม โดยคาร์บอนที่ใช้มีความยาว 50 นาโนเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นาโนเมตร ซึ่งเป็นขนาดพอๆ กับไวรัสเลยทีเดียว
       แนวคิดการทำงานของวิทยุจากท่อคาร์บอนนาโนนี้คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องส่งสัญญาณวิทยุเข้ามากระทบกับท่อนาโน ทำให้เกิดการสั่นอย่างมีท่วงทำนองที่เข้าได้กับการสั่นของสันแม่เหล็กไฟฟ้า การสั่นที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทำให้ท่อคาร์บอนนาโนประพฤติตัวเหมือนเป็นเสาอากาศ แต่ก็มีวิธีที่ต่างไปจากวิทยุแบบเดิมๆ
       เครื่องวิทยุทั่วไปมีเสาอากาศรับสัญญาณในรูปไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่าคลื่นที่เข้ามานั้นได้เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในเสาอากาศและเสา อากาศก็ยังคงหยุดนิ่ง หากแต่สำหรับวิทยุนาโนแล้ว ท่อนาโนจะเป็นทรงกระบอกและมีประจุหน่อยๆ
       ดังนั้นเมื่อมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาก็จะผลักให้ท่อคาร์บอนกลับไป กลับมาหน้า-หลัง และเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างวิทยุจิ๋วส่งสัญญาณนั้น พวกเขาได้ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องผ่าน (transmission electron microscope: TEM) ซึ่งมีความละเอียดสูงส่องดูพฤติกรรมของท่อคาร์บอนนาโน
" มันมหัศจรรย์มากเลย ผมหมายความว่ามันน่าประทับใจมาก เราสามารถส่องดูท่อนาโน และเห็นข้อเท็จจริงที่ว่า คุณกำลังดูโครงสร้างระดับโมเลกุลนี้สั่น และได้ยินเสียงของมันไปพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่เจ๋ง ผมไม่เคยคิดว่าก่อนเลยว่าจะได้มองเห็นการทำงานของวิทยุอย่างนี้" เซตเทิลกล่าว.

http://www.rssthai.com/reader.php?t=it&r=13449